นี่หรือคือการตอบแทน

         นี่หรือคือการตอบแทน ประโยคนี้มักจะเกิดขึ้นกับการทำอะไรแล้วผิดหวังกับสิ่งที่ทำ เช่น การขายของก็ต้องหวังกำไรตามที่คาดไว้ ลงทุนทั้งเงินและหงาดเหงื่อ แต่กลับไม่ได้ตามที่หวัง ซึ่งนั้นมันก็คือการลงทุนจากตัวเราเอง แต่หากเป็นการทุ่มเทเพื่อใครคนใดคนนึง หรือ องค์กรณ์ที่เราทำงานอยู่ มันมักจะเจ็บจี๊ดกับการตอบแทนที่ไม่ได้เป็นไปตามที่เราหวัง

        เมื่อเราผิดหวัง เราก็ถามหาความจริงทุกครั้งว่า ทำไมถึงแบบนี้ ทุ่มเทเพื่อแฟน แต่แฟนนอกใจ ก็กลับมามองตัวเองว่า เราทำผิดอะไร ทำไมถึงได้รับการตอบแทนแบบนี้ แต่หากเป็นบริษัทที่เราทำงานอยู่ เมื่อเราถามไป กลับบอกให้เรากลับมาดูหัวข้อการประเมินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลา การผิดพลาดต่างๆนาๆ ที่เอามาคิดสารพัดเพื่อให้เราได้ประโยชน์น้อยที่สุด 

        เมื่อเรารู้แบบนี้ เราจะมองกลับมาว่า แล้วที่เราทำงานไป ทุ่มเทไป เพื่ออะไร เราก็หวังไว้มาถึงตั้งใจทำแบบนี้ แบบนั้น เพื่อให้มันออกมาดีที่สุด แต่กลับได้ผลตอบแทนแบบเื้อบริษัทสุดๆ แบบนี้ บริษัทจะมีพนักงานที่มีไฟที่มีความตั้งใจมาอยู่ในบริษัทมั้ยล่ะ ตั้งใจไป ไม่มีอะไรกลับมา แบบนี้ถ้าเราทำแค่งานเราให้ดี ไม่ต้องเสียสละกับใคร เราจะได้เยอะ แต่คนที่จะพังก็คือ บริษัทนั้นล่ะ ที่จะมีแต่พนักงานเห็นแก่ตัว ทำงานกลัวเจ็บกลัวผิดพลาด และที่ทำงานจะคือสังคมสลัมสังคมนึง ที่ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีความจริงใจกันเลย นอกจากทำงานแบบเซฟๆ 

        การเซฟโซนไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่มันก็ควรก้าวข้ามออกมาบ้าง บริษัทควรมองเห็นด้วยว่า คนที่กล้าจะก้าวออกมาจากเซฟโซนนั้นล่ะ คือคนกล้าเสียสละ กล้าที่จะก้าวต่อไป ไม่ได้อยู่ในกะลาที่จะทำตามตัวหนังสือตลอดเวลา แล้วแบบนี้บริษัทจะมีอะไรใหม่ๆมั้ย จะมีอะไรที่ก้าวทันเหตุการณ์บ้านเมืองมั้ย การปิดหูปิดตาพนักงานคือ การปิดโอกาสของบริษัทเองที่จะได้พนักงานที่มีความกล้าต่อการตัดสินใจ มีอะไรด่วนคิดได้ตอบได้ หาแนวทางได้ทันที ดีกว่า อ่ำอึ้งเปิดตำราเก่าๆ

        อยากให้คิดใหม่ มองนอกกรอบออกมาบ้าง เมื่อพัฒนาและรับฟังเหตุผลของพนักงานตัวเล็กๆบ้างครีบ

ความคิดเห็น